Welcome to King Society
king rice product where to buy king activities FAQ nutrition update healthy menu game web links
Thai Edible Oil

 

ผิวสวย ด้วยอาหาร

       ปกติผิวหนังจะมีกลไกตามธรรมชาติในการป้องกันตนเองจากอันตราย ไม่ว่าจะเป็นรังสียูวีจากแสงแดด
หรือมลพิษต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ หรือทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด โดยร่างกายจะสามารถกำจัด
อนุมูลอิสระเหล่านี้ได้ด้วยระบบเอนไซม์ นอกจากนี้การบำรุงผิวด้วยสารอาหารที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้
ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผิวเสียได้ จึงอยากจะแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักสารอาหารที่สำคัญต่อเซลล์ผิวกันไว้
เพื่อจะเลือกรับประทานได้ถูกต้อง โดยสารอาหารที่สำคัญต่อเซลล์ผิวจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มดังต่อไปนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์วิตามิน หรืออนุพันธ์ของวิตามิน 
     วิตามินเอ
      วิตามินเอช่วยในเรื่องการสร้างและการเจริญเติบโตของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ
ป้องกันการติดเชื้อ รักษาสภาวะเยื่อบุผิวหนัง ชะลอความเสื่อมของผิว โดยการขาดวิตามินเออาจทำให้
ผิวแห้งหยาบเป็นสะเก็ดได้ เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว วิตามินเอพบได้ในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้มหรือ
สีเขียว เช่น ฟักทอง แครอต ผักใบเขียวต่างๆ นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ น้ำมันตับปลา และไข่ เป็นต้น
     วิตามินบี
     วิตามินบีมีความสำคัญกับการสร้างและการทำงานของเซลล์ผิว โดยมีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่
วิตามินบี 1 ซึ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
และหัวใจ วิตามินบี 1 พบมากใน ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ งา ตับ เป็นต้น วิตามินบี 2 จะช่วยกระตุ้น
การสร้างพลังงานของร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวทำงานเป็นปกติ หากขาดวิตามินบี 2 จะทำให้ผิวหนังอักเสบ
เป็นแผลที่มุมปาก หรือปากนกกระจอก วิตามินบี 2 พบมากในไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียว โยเกิร์ต นมและ
ผลิตภัณฑ์จากนม วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน ช่วยบรรเทาสิวชนิดผื่นแดงอักเสบ พบมากใน เนื้อสัตว์ ไข่ไก่
จมูกข้าว วิตามินบี 6 ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนัง
ให้เป็นปกติ หากขาดจะทำให้อ่อนเพลีย โลหิตจาง ชาปลายมือปลายเท้า วิตามินบี 6 พบมากใน เนื้อสัตว์
ผักต่างๆ ปลา และยีสต์
     วิตามินซี 
     วิตามินซีเป็นวิตามินชนิดละลายน้ำที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ หยุดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่
เกิดจากอนุมูลอิสระจึงสามารถปกป้องเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อจากการถูกทำลาย เซลล์ผิวหนังที่ได้รับ
วิตามินซีจึงมีลักษณะเป็นเซลล์ที่แข็งแรง สดใส ทำให้ผิวมีลักษณะที่มีสุขภาพดี นอกจากนั้นวิตามินซี
ยังกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นหนังแท้ด้วย ซึ่งผิวหนังที่มีคอลลาเจนมาก
จะมีลักษณะกระชับแข็งแรง ไม่หย่อนคล้อยง่าย ริ้วรอยลดลง ในส่วนของผิวหนังที่มีแผลหรือริ้วรอย
ที่ไม่ลึกมากนัก การได้รับวิตามินซีจะช่วยซ่อมแซมบริเวณรอยแผลให้กลับมาประสานกันดังเดิมได้
      โดยอาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิด ผลไม้ตระกูลส้ม และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
เป็นต้น และหากต้องการประโยชน์สูงสุดควรรับประทานวิตามินซีร่วมกับวิตามินอี เพราะวิตามินทั้งสอง
ต้องทำงานร่วมกันในการต้านอนุมูลอิสระ หรือถ้าต้องการเสริมวิตามินซี ควรเลือกชนิดที่ขวดบรรจุมีสีชา
เพื่อป้องกันแสง และไม่ควรเก็บไว้นานหลังจากที่เปิดใช้ เพราะวิตามินซีจะสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด
ความชื้น และออกซิเจน
     วิตามินอี
     วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในการป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย รวมถึงป้องกัน
ไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายไขมันและคอลลาเจนในเซลล์ผิว จึงช่วยชะลอความหย่อนยานของผิว ฟื้นฟู
สภาพผิวจากการเสื่อมสภาพและรอยฟกช้ำ รอยแดง ผิวไม่เรียบเนียน รอยอักเสบจากสิวได้ วิตามินอี
พบได้ในผัก เมล็ดพืช น้ำมันพืช ข้าวโพด ถั่ว แป้งสาลี เนื้อสัตว์ และนม

กลุ่มสารพฤกษเคมี 
      สารพฤกษเคมีหรือ phytonutrients เป็นสารที่มีอยู่ในผักและผลไม้ ซึ่งทำให้ผักผลไม้มีสีและกลิ่น
แตกต่างกัน สารพฤกษเคมีมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระชนิดที่ทำให้เกิดริ้วรอย ฟื้นฟูสภาพผิว
ให้เปล่งปลั่ง สดใส อีกทั้งป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้ สารเหล่านี้พบมากในผักและผลไม้ทุกชนิด
และทำงานร่วมกันเป็นวงจรในการต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นหากต้องการมีผิวที่สวย สดใส
จึงต้องรับประทานผักและผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี ได้แก่ สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีขาว และสีม่วงเป็นประจำ

สารอาหารกลุ่มอื่นๆ
      ซีลีเนียม 
      ซีลีเนียมกระตุ้นภูมิต้านทาน เสริมการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ และต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย
โดยทำงานเสริมฤทธิ์กับวิตามินอี ช่วยป้องกันการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ผิวได้ ซีลีเนียม
ตามธรรมชาติพบได้ใน อาหารทะเล ตับ ไต เนื้อสัตว์ และเมล็ดพืช เป็นต้น
      สังกะสี
      สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์กว่า 70 ชนิดในร่างกาย รวมทั้งเอนไซม์
ที่มีหน้าที่ต่อต้านปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระด้วย สังกะสียังจำเป็นในการสังเคราะห์คอลลาเจน
และช่วยในการคงสภาพของคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวเต่งตึง ป้องกันริ้วรอย
ลดความหย่อนยานของผิวและช่วยในกระบวนการรักษาแผลของผิวได้อีกด้วย อาหารที่มีสังกะสีมาก
ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ตับ ไข่แดง นม ถั่วและธัญพืช
      คอลลาเจน 
      ผิวหนังประกอบด้วยคอลลาเจนร้อยละ 70-75 คอลลาเจนเสื่อมสลายหรือถูกทำลายได้โดย
รังสียูวีจากแสงแดด อนุมูลอิสระ มลพิษ และการสูบบุหรี่ เป็นต้น ตามปกติการสร้างคอลลาเจน
ในผิวจะลดลงตามอายุ โดยเมื่ออายุ 30 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนลดลงประมาณร้อยละ 1 ต่อปี
และในผู้หญิงอัตราการสร้างคอลลาเจนจะลดลงเร็วกว่าผู้ชาย ร่างกายสังเคราะห์คอลลาเจนจาก
กรดอะมิโนหลัก 4 ชนิด ได้แก่ ไลซีน โปรลีน ไฮดรอกซี่ไลซีน และไฮดรอกซี่โปรลีน ดังนั้นอาหาร
ที่มีโปรตีนทุกชนิดจึงเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายในการสร้างคอลลาเจนได้
      โคเอนไซม์คิว10
      โคเอนไซม์คิว10 มีอยู่ในเซลล์อยู่แล้วตามธรรมชาติ โดยทำหน้าที่สร้างพลังงาน
ในเซลล์ของร่างกาย และต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยออกฤทธิ์ในการเปลี่ยนวิตามินอีให้กลายเป็น
โมเลกุลที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ เมื่ออายุมากขึ้น โคเอ็นไซม์คิว10 จะลดปริมาณลง
ส่งผลให้เซลล์ของร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแอลง รวมถึงเซลล์ผิวด้วย โคเอนไซม์คิว10
พบมากในเนื้อสัตว์ หัวใจ ตับ ไต เนื้อสัตว์ รำข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล
และปลาแซลมอน เป็นต้น โดยควรรับประทานโคเอนไซม์คิว10 นั้นควรรับประทานร่วมกับอาหาร
ที่มีไขมัน เพราะไขมันทำให้โคเอนไซม์คิว10 ดูดซึมดีขึ้น

 ที่มา : ดร.สุวิมล ทรัพย์วโรบล นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (USA), นิตยสาร Health Today     

 
เรื่องน่ารู้กับน้ำมันรำข้าวคิง
ผิวสวย ด้วยอาหาร
อาหารต้านความดันโลหิตสูง
กินแก้อ่อนเพลีย
การบำบัดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
อาหารต้านเครียด
ใยอาหารกับสุขภาพ
อาหารในยามวิกฤต
อาหารฟังก์ชั่น (Functional Foods)
เกณฑ์อาหารว่าง-สีสัญญาณไฟจราจร
กินพอดีไม่มีโรคหัวใจ
1,

แสดงหัวข้อทั้งหมด
 
© All Rights Reserved, Thai Edible Oil Co., Ltd.
www.KingRiceBranOil.com